ตรวจสุขภาพธุรกิจ ด้วย 3 งบการเงิน ที่จะช่วยให้คุณวางแผนธุรกิจให้ได้กำไรจริง
- Nov 30, 2020
- 2 min read
Updated: Mar 26, 2021
คงหลีกเลี่ยงไม่ได้หากจะบอกว่า เจ้าของกิจการทุกคนต่างมีเป้าหมายในใจที่เหมือนกันคือ มีธุรกิจที่มั่นคง และ สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน นอกจากคุณจะต้องชัดเจนในเป้าหมายของคุณแล้ว คำถามสำคัญคือ ตอนนี้ธุรกิจของคุณพร้อมแค่ไหน และ คุณได้เขียนแผนธุรกิจสำหรับเป้าหมายที่คุณตั้งไว้อย่างไร

คุณสามารถประเมินสุขภาพธุรกิจได้เองด้วย การอ่านงบการเงิน และ ตอบคำถาม 3 ข้อต่อไปนี้
ตั้งเเต่เปิดบริษัทมา วันนี้คุณร่ำรวย(Wealth)แค่ไหนแล้ว?
ธุรกิจของคุณมีความสามารถทำกำไร(Profit)แค่ไหน?
เงินที่ได้จากธุรกิจ เหลือมาถึงคุณเป็นเงินสด(Cash)กี่บาท?
คุณสามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ง่ายๆ ด้วย การวิเคราะห์งบการเงินนั้น และ เขียนแผนธุรกิจใหม่ให้สอดคล้องกับเป้าหมายและสถานการณ์ธุรกิจของคุณ ซึ่งเราแนะนำว่าคุณควรทำอย่างน้อยปีละครั้ง
เพราะการวิเคราะห์งบการเงินและปรับแผนธุรกิจ นั้นมีความสำคัญมาก เปรียบเสมือนผลการตรวจสุขภาพของธุรกิจของคุณเอง เพื่อให้มีความมั่นใจว่าธุรกิจเรามีสุขภาพที่ดี พร้อมลุยต่อไป
บางคนอ่านมาถึงตรงนี้เเล้วอาจจะขมวดคิ้ว แล้ว คิดในใจว่ามันฟังดูยุ่งยากซะเหลือเกิน วันนี้ เราจะอธิบายให้คุณฟังว่ามันไม่ได้ยากอย่างที่คิด ที่นี้เรามาตอบคำถาม 3 ข้อที่กล่าวไปข้างต้นกันเลย

1. ตั้งเเต่เปิดบริษัทมา วันนี้คุณ”ร่ำรวย”แค่ไหนแล้ว? - งบแสดงฐานะทางการเงิน
ข้อนี้ คุณสามารถหาคำถามได้จาก งบแสดงฐานะทางการเงิน หรือ งบดุล งบนี้จะบอกคุณว่าตั้งแต่เปิดกิจการมาคุณมี สินทรัพย์ หนี้สิน และ ส่วนของเจ้าของ มากน้อยแค่ไหน การมีโครงสร้าง หรือ ฐานะที่มั่นคง ย่อมจะทำให้คุณสามารถดำเนินธุรกิจสร้างการเติบโตได้ในระยะยาว
สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของและกำไรสะสม
งบแสดงฐานะทางการเงินจะเเบ่งออกเป็นสองฝั่ง ฝั่งซ้ายคือ รายการสินทรัพย์ เช่น เงินสด สินค้าคงคลัง เครื่องจักรต่างๆ การมีสินทรัพย์มากไม่ได้แปลว่าดีเสมอไป คุณควรหมั่นเช็คสภาพคล่องและ ความสามารถในการเปลี่ยนไปเป็นเงินสดของสินทรัพย์คุณอย่างสม่ำเสมอ โดยใช้อัตราส่วน ROA วัดว่าสินทรัพย์ที่คุณมีเป็นสินทรัพย์คุณภาพ มีศักยภาพในการสร้างรายได้ และ อัตราส่วน Quick ratio ว่าสินทรัพย์นั้นสามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็นเงินสดให้คุณใช้ยามจำเป็นได้อย่างรวดเร็ว
ส่วนฝั่งขวาคือ โครงสร้างเงินลงทุน ว่า คุณได้เงินมาซื้อสินทรัพย์จากไหน โดยแบ่งออกเป็นสองประเภทหลักๆ คือ 1. หนี้สิน 2. ส่วนของผู้ถือหุ้นและกำไรที่สะสม ยกตัวอย่างเช่น หากเราต้องการลงทุนซื้อเครื่องจักรเพิ่ม เราสามารถหาเงินมาซื้อเครื่องจักรได้โดยการกู้ธนาคาร (หนี้สิน) ใช้เงินลงทุนจากผู้ถือหุ้น หรือ ใช้กำไรที่สะสมมาตั้งเเต่เปิดกิจการ (ส่วนของผู้ถือหุ้นและกำไรที่สะสม)
เริ่มกันที่หนี้สิน บริษัทควรมีสินทรัพย์ เช่น เงินสดหรือลูกหนี้ มากกว่าหนี้สินระยะสั้น เนื่องจาก เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น บริษัทจะสามารถมีกำลังชำระหนี้สินระยะสั้นได้อย่างทันท่วงที นั่นหมายความว่า เมื่อรวมสินทรัพย์กับรวมหนี้สินแล้ว ฝั่งสินทรัพย์ควรมีมากกว่า
ในส่วนของผู้ถือหุ้นและกำไรสะสม จะบอกถึงเงินลงทุนตั้งแต่จัดตั้งรวมกับกำไรสุทธิที่เกิดจากการทำธุรกิจตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน หากมีกำไรสะสมสูงแสดงถึงความสามารถในการทำธุรกิจดีมีประสิทธิภาพ

2. ธุรกิจของคุณมี”ความสามารถทำกำไร”แค่ไหน? - งบกำไรขาดทุน
คำถามนี้ตอบได้จากการดูงบกำไรขาดทุน ในงบกำไรขาดทุนจะบอกคุณว่าในแต่ละงวดการดำเนินงาน (1 เดือน, 3 เดือน หรือ 1ปี) ผลการดำเนินงานของคุณเป็นอย่างไร กำไร หรือ ขาดทุน
รายได้-ค่าใช้จ่าย = กำไร
รายได้จะบอกคุณว่าเมื่อผลิตสินค้าออกมาแล้วขายได้มากน้อยแค่ไหร่ ส่วนค่าใช้จ่ายจะบอกให้คุณรู้ว่าธุรกิจสามารถควบคุมต้นทุนเเละรายจ่ายดีเเค่ไหน แล้วเหลือออกมาเป็นกำไรสุทธิกี่บาท
ดังนั้นการขายได้มากไม่ได้หมายความว่า คุณจะมีกำไรเสมอไปหากไม่ควบคุมค่าใช้จ่ายให้ดี การแบ่งแยกรายได้และค่าใช้จ่ายออกเป็นประเภทต่างๆ จะช่วยให้คุณมองเห็นจุดอ่อนในการดำเนินงานของคุณได้ชัดเจนขึ้น
การวางแผนธุรกิจ เริ่มจากรายได้ หากคุณมีรายได้จากทั้งยอดขายและรายได้อื่นที่ไม่ได้เกี่ยงข้องกับธุรกิจหลักของคุณ เช่น การขายเครื่องจักรออกไป หรือ ให้เช่าพื่นที่สำนักงาน ถ้ารายได้ส่วนมากมาจาก รายได้อื่น ก็หมายความว่า กำไรที่เกิดขึ้นในงวดนี้ไม่ได้เกิดมาจากธุรกิจหลักของคุณ คุณอาจจะต้องพิจารณาว่าควรปรับรูปแบบธุรกิจหรือไม่
บรรทัดต่อมาจะเป็นต้นทุนขาย ต้นทุนขายคือค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่คุณต้องใช้เพื่อให้สินค้าอยู่ในสภาพ”พร้อมขาย” ดังนั้นต้นทุนขายจึงไม่ได้มีเเค่ต้นทุนวัตถุดิบและค่าการผลิต เเต่ยังรวมไปถึงค่าขนส่งไปยังร้านค้าต่างๆ หรือ ค่าไปรษณีย์ไปยังบ้านของลูกค้าอีกด้วย
เมื่อนำยอดขายหักด้วยต้นทุนขายก็จะได้กำไรขั้นต้น หากกำไรขั้นต้นติดลบ นั่นหมายความว่ายิ่งขาย คุณจะยิ่งขาดทุน คุณสามารถคำนวณ กำไรขั้นต้น หรือ Gross profit Margin ได้โดยการ ถ้า GP อยู่ที่ 75% หมายความว่า ทุกๆ 100 บาทที่คุณขายได้ คุณจะได้กำไร 75 บาท
อย่างไรก็ดี นั่นยังไม่ใช่กำไร ที่คุณจะเก็บเข้ากระเป๋าได้ กำไรขั้นต้นนี้จะต้องถูกนำไปแบ่งเบาค่าใช้จ่ายอื่นๆต่อไปอีก อย่างเช่น ค่าใช้จ่ายในการทำโปรโมชั่นดึงดูดลูกค้า ค่าเช่าโรงงาน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าพนักงานประจำค่าซื้อเครื่องจักรใหม่ เป็นต้น หลังจากนั้นจึงจะมาหักลบกับดอกเบี้ยและภาษีเงินได้ เป็นรายได้สุทธิของกิจการ
วิธีนี้จะทำให้คุณเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ค่าใช้จ่ายของกิจการไป”บวม”อยู่ที่บรรทัดไหน เช่น คุณอาจจะขายดีมาก ดีที่สุดในรอบ6เดือนที่ผ่านมา แต่สุดท้ายเเล้ว คุณอาจจะขาดทุนเพราะ ใช้ค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณามากเกินไป ถึงเเม้จะขายได้มากแต่ก็ไม่ครอบคุมค่าโฆษณาในครั้งนี้ ดังนั้น การแยกรายรับและรายจ่ายโดยละเอียดจะทำให้คุณคิดมาตราการควบคุมรายรับรายใช้จ่ายและ เพิ่มศักยภาพในการทำกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. เงินที่ได้จากธุรกิจ เหลือมาถึงคุณเป็นเงินสดกี่บาท? - งบกระแสเงินสด
การทำงบกำไรขาดทุนนั้นตั้งอยู่บนเกณฑ์คงค้าง (accrual basis) นั้นหมายความว่า บางอย่างเราอาจจะยังไม่ได้รับหรือจ่ายเงินจริง ยกตัวอย่างเช่น

ดังนั้นเราจำเป็นที่จะต้องดู งบกระเเสเงินสด ว่าสุดท้ายเเล้วคุณมีเงินสดเหลืออยู่เท่าไหร่ เพื่อป้องกันไม่ให้ธุรกิจขาดสภาพคล่อง หรือ เกิดอาการหมุนเงินสดไม่ทัน โดยกระเเสเงินสด หรือ cashflow
นั้นเเบ่งออกเป็น 3 แบบด้วยกัน

1. กระเเสเงินสดกิจกรรมดำเนินงาน
กระเเสเงินสดนี้ได้มาจากการทำธุรกิจของคุณโดยตรง ง่ายๆคือ คุณรับเงินสดจากการขายของมาเท่าไหร่ จ่ายเงินออกไปเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ อย่าง เช่นเงินสดค่าสินค้าที่จ่ายไป เงินเดือนที่จ่ายให้พนักงาน เบ็ดเสร็จเเล้วคุณมีเงินเหลือจากการประกอบกิจการเท่าไหร่
2. กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน
โดยปกติแล้วกระเเสเงินสดประเภทนี้มักติดลบ เนื่องจากมีการจ่ายเงินออกไปลงทุนในกิจการเพิ่มเติม เช่น การซื้อสินทรัพย์ เช่น เครื่องจักร รถยนต์ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น ในทางกลับกันกระเเสเงินสดอาจเป็นบวกได้หากคุณมีการขายสินทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้เเล้วออกไป
3. กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน
กระเเสเงินสดนี้เป็นเงินที่คุณได้มาจากการหาเงินมาเพิ่มเติมในธุรกิจนั้นเอง เหมือนกันทางฝั่งขวาของงบดุล การหาเงินในที่นี้มาจาก 2 แหล่ง คือ จากเจ้าของ(ลงทุนเพิ่ม) หรือเจ้าหนี้(กู้เพิ่ม) เมื่อคุณได้เงินจากนายทุนมาเป็นกระเเสเงินสดบวกแล้ว คุณก็ต้องจ่ายดอกเบื้ย จ่ายปันผล หรือ จ่ายคืนเงินต้น เป็นกระเเสเงินสดติดลบนั้นเอง
การทำงบกระเเสเงินสดจะทำให้คุณเห็นภาพรวมว่าเมื่อได้รับเงินจากการขายมา เงินของคุณไปแยกย้ายไปอยู่ที่ไหนบ้างและเหลือถึงคุณเท่าไหร่
ดังนั้น หากมีเขียนแผนธุรกิจที่ดี และ ทำการตรวจสุขภาพธุรกิจด้วย 3 งบนี้อย่างสม่ำเสมอ คุณจะไม่ได้เเค่มีฐานะทางการเงินที่ดีขึ้น แต่ ธุรกิจของคุณจะมีความสามารถในการทำกำไรมากขึ้น เเละ คุณยังจะสามารถกระจ่ายเงินสดของคุณได้อย่างเหมาะสม และ สามารถมีเงินไปต่อยอดทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตไปได้อย่างยั่งยืน
หากคุณสนใจเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวหัวข้อนี้ และ การวางรากฐานให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างเป็นระบบ
ติดต่อเรา 🍄Muchroom Consultancy
📲Line@ https://lin.ee/vahBqeT



GG88 KJC mình thấy bạn bè nhắc hoài nên tiện tay vào thử cho biết, kiểu xem giao diện có dễ chịu không thôi chứ không có thời gian ngồi đọc kỹ. Lướt một vòng thấy trang làm khá gọn, mấy khối nội dung chia ra rõ nên kéo xuống không bị rối mắt. Mình để ý họ có mấy bài hướng dẫn game bài như tam cúc với phỏm đặt tiêu đề nhìn cái hiểu ngay, khỏi phải bấm qua lại nhiều. Với lại phần hiển thị nhìn sắc nét thật, chữ và icon không bị nhòe nên đọc nhanh cũng ổn, nhất là ở thanh menu với các block tiêu đề kiểu “4k” nhìn khá đã mắt.